ตรวจสัญญาการค้าระหว่างประเทศ เพื่อให้เงื่อนไขสอดคล้องกับข้อตกลงและความเสี่ยงของธุรกิจ

ราคาสินค้าและกำหนดส่งมอบเป็นเพียงส่วนหนึ่งของข้อตกลง ภาระรับซื้อขั้นต่ำ การตรวจรับสินค้า การจำกัดความรับผิด และวิธีระงับข้อพิพาท อาจมีผลต่อธุรกิจในระยะยาว การตรวจสัญญาจึงพิจารณาทั้งถ้อยคำ กฎหมายที่เกี่ยวข้อง และวิธีปฏิบัติงานจริง เพื่อระบุประเด็นที่ควรยอมรับ เจรจา หรือปรับเงื่อนไขก่อนลงนาม

ปรับปรุงล่าสุด · ผู้รับผิดชอบเนื้อหา เอกสยาม ชัยศร ที่ปรึกษากฎหมาย

สาระสำคัญ

  • ควรตรวจสัญญาก่อนลงนาม ก่อนโอนเงินมัดจำ หรือก่อนตอบรับใบสั่งซื้อที่มีเงื่อนไขทั่วไปแนบท้าย
  • ถ้าสัญญาไม่เลือกกฎหมายที่ใช้บังคับ ศาลไทยจะหาเจตนาของคู่สัญญาก่อน แล้วจึงใช้หลักตามมาตรา 13 พระราชบัญญัติว่าด้วยการขัดกันแห่งกฎหมาย พ.ศ. 2481
  • ประเทศไทยไม่ได้เป็นภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยสัญญาซื้อขายสินค้าระหว่างประเทศ (CISG) แต่จีน ญี่ปุ่น สิงคโปร์ และเวียดนามเป็นภาคี
  • Incoterms กำหนดการส่งมอบและการโอนความเสี่ยง แต่ไม่ได้กำหนดกรรมสิทธิ์ กฎหมายที่ใช้บังคับ หรือวิธีระงับข้อพิพาท
  • ผลส่งมอบคือสัญญาที่ทำเครื่องหมายแก้ไข สรุปความเสี่ยงภาษาไทย และการอธิบายผลแก่ผู้บริหาร โดยตกลงขอบเขตและค่าบริการก่อนเริ่มงาน

ควรตรวจสัญญาการค้าระหว่างประเทศเมื่อใด

ควรตรวจสัญญาก่อนเกิดข้อผูกพัน ได้แก่ ก่อนลงนาม ก่อนโอนเงินมัดจำให้ผู้ขายต่างประเทศ และก่อนตอบรับใบสั่งซื้อหรือใบเสนอราคาที่อ้างเงื่อนไขทั่วไปของอีกฝ่าย เพราะเมื่อสัญญาเกิดแล้ว การแก้ไขเงื่อนไขต้องได้รับความยินยอมจากคู่สัญญาอีกฝ่าย และอำนาจต่อรองมักลดลงตามเงินที่ชำระไปแล้ว

สถานการณ์ที่พบบ่อย ได้แก่ ผู้นำเข้าที่โรงงานต่างประเทศขอเงินมัดจำก่อนผลิต ผู้ส่งออกที่ลูกค้าขอเครดิตการค้า เจ้าของแบรนด์ที่ได้รับข้อเสนอให้เป็นตัวแทนจำหน่ายแต่เพียงผู้เดียว และผู้ให้บริการไทยที่รับงานจากบริษัทต่างชาติภายใต้สัญญาแบบมาตรฐานของผู้ว่าจ้าง

สัญญาต่างประเทศต้องตรวจประเด็นใด

ประเด็นที่ต้องตรวจในสัญญาการค้าระหว่างประเทศ คือ ตัวคู่สัญญาและผู้มีอำนาจลงนาม ข้อกำหนดสินค้าและการตรวจรับ การชำระเงินและหลักประกัน การส่งมอบและการโอนความเสี่ยง กรรมสิทธิ์ ความรับผิดและการจำกัดความรับผิด การเลิกสัญญา กฎหมายที่ใช้บังคับ และวิธีระงับข้อพิพาท โดยพิจารณาว่าแต่ละข้อสอดคล้องกับวิธีปฏิบัติงานจริงของธุรกิจหรือไม่

ข้อสัญญาคำถามที่ต้องตอบก่อนลงนามผลต่อธุรกิจ
คู่สัญญาและผู้ลงนามชื่อนิติบุคคลตรงกับบัญชีรับเงินและเอกสารจดทะเบียนหรือไม่ ผู้ลงนามมีอำนาจหรือไม่ป้องกันการชำระเงินผิดบุคคลและการปฏิเสธความผูกพันภายหลัง
ข้อกำหนดสินค้าและการตรวจรับมาตรฐาน ตัวอย่างอ้างอิง ระยะเวลาและวิธีแจ้งข้อบกพร่องกำหนดว่าผู้ซื้อยังปฏิเสธสินค้าได้ถึงเมื่อใด
ราคา การชำระเงิน และหลักประกันสกุลเงิน งวดชำระ มัดจำ เครดิต หนังสือเครดิต (letter of credit) การเปลี่ยนบัญชีรับเงินจัดสรรความเสี่ยงการไม่ได้รับเงินหรือไม่ได้รับสินค้า
การส่งมอบและ Incotermsใช้ข้อกำหนดใด ฉบับปีใด สถานที่ส่งมอบระบุชัดหรือไม่ ใครทำประกันภัยกำหนดจุดโอนความเสี่ยงและค่าใช้จ่ายขนส่ง
กรรมสิทธิ์กรรมสิทธิ์โอนเมื่อใด มีเงื่อนไขสงวนกรรมสิทธิ์จนชำระครบหรือไม่มีผลต่อสิทธิเหนือสินค้าเมื่อคู่สัญญาไม่ชำระหรือล้มละลาย
ความรับผิดและการจำกัดความรับผิดเพดานความรับผิด ความเสียหายที่ยกเว้น ค่าปรับส่งมอบล่าช้ากำหนดจำนวนเงินที่เรียกร้องได้จริงเมื่อเกิดความเสียหาย
เหตุสุดวิสัยและการเลิกสัญญาเหตุใดทำให้พ้นความรับผิด ต้องแจ้งอย่างไร ออกจากสัญญาได้เมื่อใดรักษาทางออกของธุรกิจเมื่อสถานการณ์เปลี่ยน
ทรัพย์สินทางปัญญาและความลับแบบ แม่พิมพ์ เครื่องหมายการค้า ข้อมูลลูกค้า เป็นของใครป้องกันการสูญเสียสิทธิในสิ่งที่ธุรกิจลงทุนพัฒนา
กฎหมายที่ใช้บังคับใช้กฎหมายประเทศใด อนุสัญญา CISG มีผลหรือไม่กำหนดหลักที่ใช้ตีความสิทธิและหน้าที่ทั้งฉบับ
การระงับข้อพิพาทและภาษาศาลประเทศใดหรืออนุญาโตตุลาการสถาบันใด ใช้ภาษาใด ฉบับใดมีผลเหนือกว่ากำหนดค่าใช้จ่ายและความเป็นไปได้ในการบังคับสิทธิ

ถ้าสัญญาไม่ระบุกฎหมายที่ใช้บังคับ จะใช้กฎหมายประเทศใด

เมื่อคดีขึ้นสู่ศาลไทย มาตรา 13 พระราชบัญญัติว่าด้วยการขัดกันแห่งกฎหมาย พ.ศ. 2481 ให้วินิจฉัยตามเจตนาของคู่สัญญาก่อน ถ้าหยั่งทราบเจตนาไม่ได้ และคู่สัญญามีสัญชาติต่างกัน ให้ใช้กฎหมายแห่งถิ่นที่สัญญาได้ทำขึ้น ซึ่งสำหรับสัญญาที่ทำระหว่างบุคคลที่อยู่ห่างกัน คือถิ่นที่คำสนองไปถึงผู้เสนอ1

ผลในทางปฏิบัติคือ สัญญาที่ตกลงกันทางอีเมลโดยไม่มีข้อเลือกกฎหมาย อาจอยู่ภายใต้กฎหมายของประเทศที่ผู้เสนอได้รับคำตอบรับ ซึ่งคู่สัญญาอาจไม่ได้คาดหมายไว้ และการพิสูจน์เนื้อหากฎหมายต่างประเทศในศาลเพิ่มทั้งเวลาและค่าใช้จ่าย การระบุกฎหมายที่ใช้บังคับไว้ชัดเจนจึงลดความไม่แน่นอนตั้งแต่ต้น

ข้อควรแยกคือ สัญญาที่เขียนเป็นภาษาอังกฤษไม่ได้แปลว่าใช้กฎหมายอังกฤษ ภาษาของสัญญาและกฎหมายที่ใช้บังคับเป็นคนละเรื่อง ต้องตรวจจากข้อสัญญาจริง

อนุสัญญา CISG ใช้กับสัญญาของบริษัทไทยหรือไม่

ประเทศไทยไม่ได้เป็นภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยสัญญาซื้อขายสินค้าระหว่างประเทศ (CISG) ตามตารางสถานะภาคีของ UNCITRAL ที่ตรวจเมื่อ 27 กันยายน 2569 ขณะที่จีน ญี่ปุ่น สิงคโปร์ และเวียดนามเป็นภาคี อนุสัญญาจึงไม่ใช้บังคับเพียงเพราะคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งเป็นบริษัทไทย แต่อาจมีผลผ่านข้อเลือกกฎหมายหรือกฎหมายของประเทศที่ศาลพิจารณาคดี2

การตรวจจึงต้องดูสถานะภาคีของประเทศที่เกี่ยวข้อง ข้อสงวนที่แต่ละประเทศทำไว้ และถ้อยคำในข้อเลือกกฎหมาย เช่น สัญญาที่ระบุว่าใช้กฎหมายของประเทศภาคี ควรระบุด้วยว่าคู่สัญญาประสงค์ให้อนุสัญญามีผลหรือไม่ เพราะหลักของอนุสัญญาเรื่องการตรวจสินค้าและการแจ้งข้อบกพร่องแตกต่างจากกฎหมายภายในของหลายประเทศ

ระบุ Incoterms แล้ว ยังต้องมีสัญญาหรือไม่

ยังต้องมี Incoterms ซึ่งหอการค้านานาชาติ (ICC) จัดทำ กำหนดหน้าที่ส่งมอบ ค่าใช้จ่าย และจุดโอนความเสี่ยงระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขาย แต่ ICC อธิบายว่าข้อกำหนดนี้ไม่ได้กำหนดการโอนกรรมสิทธิ์ กฎหมายที่ใช้บังคับ หรือวิธีระงับข้อพิพาท และไม่ใช่สิ่งทดแทนสัญญาซื้อขายในเรื่องการชำระเงินและคุณภาพสินค้า3

ตัวอย่างที่พบบ่อยคือ การที่ผู้ขายรับผิดชอบค่าขนส่งไม่ได้หมายความว่าผู้ขายรับความเสี่ยงจนสินค้าถึงปลายทางเสมอไป ขึ้นกับข้อกำหนดที่เลือก การตรวจสัญญาจึงต้องอ่าน Incoterms คู่กับข้อประกันภัย ข้อกรรมสิทธิ์ และข้อการชำระเงินทุกครั้ง

ควรเลือกศาลหรืออนุญาโตตุลาการ

การเลือกระหว่างศาลกับอนุญาโตตุลาการควรพิจารณาจากประเทศที่ทรัพย์สินของคู่สัญญาตั้งอยู่ ค่าใช้จ่าย ระยะเวลา และความลับของข้อพิพาท ประเทศไทยเป็นภาคีอนุสัญญาว่าด้วยการยอมรับนับถือและการบังคับตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการต่างประเทศ ค.ศ. 1958 ตั้งแต่ 20 มีนาคม 2503 ซึ่งเป็นฐานในการบังคับตามคำชี้ขาดข้ามประเทศ4

ข้อสัญญาที่ระบุเพียงว่า “ระงับข้อพิพาทโดยอนุญาโตตุลาการ” โดยไม่ระบุสถาบัน สถานที่ จำนวนอนุญาโตตุลาการ และภาษา อาจก่อให้เกิดข้อโต้แย้งตั้งแต่ขั้นตั้งคณะอนุญาโตตุลาการ สำหรับธุรกรรมมูลค่าไม่สูง ต้นทุนของกระบวนการอาจสูงกว่าจำนวนเงินที่เรียกร้อง จึงต้องชั่งกลไกระงับข้อพิพาทกับมูลค่าธุรกรรมตั้งแต่ขั้นร่างสัญญา

ผลส่งมอบของงานตรวจสัญญา

งานตรวจสัญญาส่งมอบสามส่วน คือ สัญญาที่ทำเครื่องหมายแก้ไขตามขอบเขตที่ตกลง สรุปความเสี่ยงเป็นภาษาไทยที่จัดลำดับตามผลต่อธุรกิจ และการหารือส่งมอบเพื่ออธิบายประเด็นที่ควรยอมรับ เจรจา หรือแก้ไข ถ้าสัญญาใช้กฎหมายต่างประเทศในประเด็นที่ต้องอาศัยความเห็นของผู้ประกอบวิชาชีพในประเทศนั้น สำนักงานจะแจ้งก่อนรับงานส่วนดังกล่าว

ตัวอย่างสมมติ ไม่ใช่งานของลูกความ
ข้อประเด็นผลต่อธุรกิจข้อเสนอในการเจรจา
7.2ผู้ซื้อต้องแจ้งข้อบกพร่องภายใน 3 วันนับแต่สินค้าถึงท่าเรือสินค้าที่ตรวจพบข้อบกพร่องหลังเปิดตู้ที่คลังอาจหมดสิทธิเรียกร้องนับจากวันที่สินค้าถึงคลังของผู้ซื้อ และขยายเป็น 14 วันสำหรับข้อบกพร่องที่ตรวจพบได้เมื่อใช้งาน
12.1ความรับผิดของผู้ขายไม่เกินมูลค่าคำสั่งซื้อแต่ละครั้งความเสียหายจากการเรียกคืนสินค้าจากลูกค้าปลายทางอาจเกินเพดานแยกเพดานสำหรับการเรียกคืนสินค้า และยกเว้นกรณีจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง

ขอบเขตงานและค่าบริการกำหนดอย่างไร

ค่าบริการตรวจสัญญากำหนดจากจำนวนหน้าและเอกสารแนบที่ต้องอ่าน ภาษา กฎหมายที่ใช้บังคับ ความซับซ้อนของธุรกรรม และกำหนดเวลา สำนักงานแจ้งผลส่งมอบ วันส่งงาน จำนวนรอบแก้ไข สิ่งที่ไม่รวมในงาน และค่าบริการเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนเริ่มงาน

ลูกความเลือกได้ว่าจะให้ตรวจเฉพาะประเด็นที่ต้องตัดสินใจ หรือตรวจสัญญาทั้งฉบับ งานที่ต้องการความเห็นกฎหมายต่างประเทศ งานแปลเอกสาร และการร่วมเจรจากับคู่สัญญา แยกเป็นขอบเขตเพิ่มเติมตามความจำเป็น ข้อเท็จจริงใหม่หรือการเปลี่ยนแนวเจรจาหลังส่งงานจะประเมินเป็นงานเพิ่มก่อนเริ่ม ส่วนการแก้ไขข้อผิดพลาดของสำนักงานไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม

ขั้นตอนการว่าจ้าง

  1. ส่งข้อมูลเบื้องต้น ประเภทธุรกรรม ประเทศของคู่สัญญา จำนวนหน้าโดยประมาณ และวันที่ต้องลงนาม
  2. ตรวจผลประโยชน์ขัดกัน สำนักงานยืนยันว่ารับงานได้ก่อนขอรับเอกสารฉบับเต็ม
  3. ใบเสนอขอบเขตงาน ระบุผลส่งมอบ วันส่ง รอบแก้ไข สิ่งที่ไม่รวม และค่าบริการ
  4. ตรวจสัญญาและตรวจทาน ตามขอบเขตที่ตกลง
  5. ส่งมอบและหารือ อธิบายประเด็นและข้อเสนอในการเจรจาแก่ผู้ตัดสินใจ

คำถามก่อนว่าจ้าง

ต้องส่งสัญญาฉบับเต็มก่อนขอใบเสนอราคาหรือไม่

ไม่จำเป็น ข้อมูลประเภทธุรกรรม ประเทศของคู่สัญญา จำนวนหน้า ภาษา และกฎหมายที่ระบุในสัญญา เพียงพอสำหรับประเมินขอบเขตเบื้องต้น ฉบับเต็มส่งหลังตรวจผลประโยชน์ขัดกันแล้ว

ถ้าสัญญาเลือกใช้กฎหมายสิงคโปร์หรือกฎหมายต่างประเทศอื่น รับตรวจอย่างไร

สำนักงานตรวจโครงสร้างสัญญา การจัดสรรความเสี่ยง และความสอดคล้องกับการปฏิบัติงานจริงได้ ส่วนประเด็นที่ผลทางกฎหมายขึ้นกับกฎหมายภายในของประเทศนั้น สำนักงานจะระบุให้ชัดและแจ้งก่อนรับงานว่าต้องใช้ความเห็นจากผู้ประกอบวิชาชีพในประเทศนั้นหรือไม่

ลงนามไปแล้ว ยังตรวจได้หรือไม่

ตรวจได้ เพื่อให้ทราบสิทธิ หน้าที่ และกำหนดเวลาที่ต้องปฏิบัติ เช่น ระยะเวลาแจ้งข้อบกพร่องหรือการบอกเลิกสัญญา และประเมินว่าควรเจรจาแก้ไขในรอบคำสั่งซื้อถัดไปหรือไม่

ใช้เวลากี่วัน

ขึ้นกับความยาวและความซับซ้อนของเอกสาร สำนักงานแจ้งวันส่งงานในใบเสนอขอบเขตงาน และนับเวลาเมื่อได้รับเอกสารครบ งานเร่งด่วนประเมินเป็นรายเรื่อง

สำนักงานรับประกันว่าคู่ค้าจะปฏิบัติตามสัญญาหรือไม่

ไม่มีผู้ใดรับประกันได้ การตรวจสัญญาทำให้เงื่อนไขชัดเจน จัดสรรความเสี่ยงอย่างเหมาะสม และเตรียมทางเลือกไว้ล่วงหน้า แต่ไม่รับรองความสุจริตหรือฐานะของคู่ค้า

ผู้รับผิดชอบงาน

งานตรวจสัญญาอยู่ในความรับผิดชอบของ เอกสยาม ชัยศร ที่ปรึกษากฎหมาย ผู้ก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอกสยาม แอนด์ พาร์ทเนอร์ส จำกัด ระดับปริญญาโท หลักสูตรนิติศาสตรมหาบัณฑิต (LL.M.) สาขากฎหมายการค้าระหว่างประเทศ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งศึกษารายวิชาการซื้อขายระหว่างประเทศและกฎหมายธุรกิจระหว่างประเทศ ประวัติฉบับเต็ม

ประเด็นภาษีของธุรกรรมข้ามประเทศ เช่น ภาษีหัก ณ ที่จ่ายเมื่อจ่ายเงินไปต่างประเทศ ดูเพิ่มเติมที่ eksiamtax.com และงานจัดตั้งบริษัทดูที่ eksiamcorporatelaw.com

เชิงอรรถ

  1. พระราชบัญญัติว่าด้วยการขัดกันแห่งกฎหมาย พุทธศักราช 2481 มาตรา 13 บัญญัติว่า “ปัญหาว่าจะพึงใช้กฎหมายใดบังคับสำหรับสิ่งซึ่งเป็นสาระสำคัญ หรือผลแห่งสัญญานั้น ให้วินิจฉัยตามเจตนาของคู่กรณี ในกรณีที่ไม่อาจหยั่งทราบเจตนาชัดแจ้งหรือโดยปริยายได้ ถ้าคู่สัญญามีสัญชาติอันเดียวกัน กฎหมายที่จะใช้บังคับ ก็ได้แก่ กฎหมายสัญชาติอันร่วมกันแห่งคู่สัญญา ถ้าคู่สัญญาไม่มีสัญชาติอันเดียวกัน ก็ให้ใช้กฎหมายแห่งถิ่นที่สัญญานั้นได้ทำขึ้น ถ้าสัญญานั้นได้ทำขึ้นระหว่างบุคคลซึ่งอยู่ห่างกันโดยระยะทาง ถิ่นที่ถือว่าสัญญานั้นได้เกิดเป็นสัญญาขึ้น คือ ถิ่นที่คำบอกกล่าวสนองไปถึงผู้เสนอ ถ้าไม่อาจหยั่งทราบถิ่นที่ว่านั้นได้ ก็ให้ใช้กฎหมายแห่งถิ่นที่จะพึงปฏิบัติตามสัญญานั้น สัญญาย่อมไม่เป็นโมฆะ ถ้าได้ทำถูกต้องตามแบบอันกำหนดไว้ในกฎหมายซึ่งใช้บังคับแก่ผลแห่งสัญญานั้น” (ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 55 หน้า 1021 วันที่ 20 มีนาคม 2481 · ตรวจถ้อยคำกับวิกิซอร์ซซึ่งคัดจากราชกิจจานุเบกษา เมื่อ 27 กันยายน 2569) ↩
  2. UNCITRAL, Status: United Nations Convention on Contracts for the International Sale of Goods (Vienna, 1980) — ตารางสถานะภาคี ณ วันที่ตรวจ 27 กันยายน 2569 มีภาคี 97 ประเทศ ไม่มีประเทศไทย ส่วนจีน (มีผล 1 มกราคม 2531) ญี่ปุ่น (1 สิงหาคม 2552) สิงคโปร์ (1 มีนาคม 2539) และเวียดนาม (1 มกราคม 2560) เป็นภาคี uncitral.un.org ↩
  3. International Chamber of Commerce (ICC Academy), “Incoterms® 2020: new rules, old problems” อธิบายว่าข้อกำหนด Incoterms ไม่ได้กำหนดการโอนกรรมสิทธิ์ในสินค้า กฎหมายที่ใช้บังคับ หรือวิธีระงับข้อพิพาท และไม่ใช่สิ่งทดแทนสัญญาซื้อขายในเรื่องการชำระเงินและคุณภาพสินค้า academy.iccwbo.org (ตรวจ 27 กันยายน 2569) ↩
  4. UNCITRAL, Status: Convention on the Recognition and Enforcement of Foreign Arbitral Awards (New York, 1958) — ประเทศไทยภาคยานุวัติ 21 ธันวาคม 2502 มีผล 20 มีนาคม 2503 uncitral.un.org (ตรวจ 27 กันยายน 2569) ↩

นัดหารือประเด็นทางธุรกิจและกฎหมาย

แจ้งประเภทธุรกรรม ประเทศของคู่สัญญา และกำหนดเวลาสำคัญ เช่น วันลงนามหรือวันโอนเงิน สำนักงานจะตรวจความพร้อมในการรับงานและแจ้งแนวทาง ขอบเขต และค่าบริการก่อนเริ่มงาน กรุณายังไม่ส่งเอกสารลับจนกว่าสำนักงานจะยืนยันว่าไม่มีผลประโยชน์ขัดกัน

ติดต่อสำนักงาน

โทรศัพท์
+66 81 654 5922
อีเมล
contact@eksiamlegal.com
สำนักงาน
บริษัท เอกสยาม แอนด์ พาร์ทเนอร์ส จำกัด
300/90 ถนนนวมินทร์ แขวงนวมินทร์ เขตบึงกุ่ม กรุงเทพมหานคร 10240
คิวอาร์โค้ดสำหรับเพิ่มบัญชี LINE Official ของสำนักงาน
LINE Official Accountส่งรายละเอียดเบื้องต้นของเรื่องถึงสำนักงานผ่าน LINE
เปิดในแอป LINE
คิวอาร์โค้ดสำหรับติดต่อสำนักงานทาง WhatsApp
WhatsAppสำหรับลูกความและคู่ค้าที่อยู่ต่างประเทศ
เปิดใน WhatsApp